|
Your Account
|
Help
Post News  :   โรค มือชา อาการนี้อาจเกิดกับคุณ?

โรค มือชา อาการนี้อาจเกิดกับคุณ?

โรค มือชา อาการนี้อาจเกิดกับคุณ?
 

โรคมือชา อาการนี้อาจเกิดกับคุณ? 

        อาการชา เป็นปัญหาให้เกิดความวิตกกังวล และไม่สบายใจกับผู้ที่ประสบ เกรงว่า อาการชาจะกลายเป็นอัมพาตอัมพฤกษ์ บางคนเครียดจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ

        อาการของ มือชา - การกดทับเส้นประสาทที่ฝ่ามือจะทำให้มีอาการปวดมือ และปวดร้าวขึ้นไปที่แขนมักจะมีอาการชาที่นิ้วมือ โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลางและบางส่วนของนิ้วนางตามแนวของเส้นประสาท 

        อาการ ปวดจะมีมากขึ้นเมื่อมีการใช้งานในลักษณะการเกร็งอยู่นานๆ เช่น การจับมีด กรรไกร การทำงานช่างที่ใช้ค้อนหรือใช้เครื่องมือที่มีแรงสั่นสะเทือนตั้งแต่เครื่อง เป่าผมจนถึงเครื่องกระแทกเจาะคอนกรีต มักจะมีอาการปวดในเวลากลางคืนหรือเวลาตื่นนอนตอนเช้าบางรายที่ถูกกดทับอยู่ นานๆ จะเริ่มมีอาการอ่อนแรงของมือ เช่น จะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีแรงเวลากำมือ โดยเฉพาะการใช้มือหยิบของเล็กๆ จะทำได้ลำบากและมีกล้ามเนื้อลีบที่ฝ่ามือ

สาเหตุและพยาธิสภาพ

        อาการ ปวดและชาเกิดเนื่องจากมีความดันสูงในช่องอุโมงค์ที่เส้นประสาทลอดผ่านที่ บริเวณฝ่ามือ เนื่องจากมีการอักเสบและการหนาตัวของเนื้อเยื่อพังผืดที่คลุมช่องอุโมงค์นี้ เกิดการกดทับเส้นประสาท ในรายที่เป็นอยู่มากๆ ก็จะเกิดเนื้อเยื่อพังผืดบางๆ รัดเส้นประสาทอีกชั้นหนึ่ง ทำให้การรักษาด้วยยาไม่ได้ผล

การตรวจวินิจฉัยโรค มือชา

        จะมีอาการปวดแปลบๆ เวลาเคาะที่เส้นประสาทอาจพบมีกล้ามเนื้อลีบ ในบางรายอาจต้องใช้การตรวจระบบไฟฟ้าของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ

ปัจจัยเสี่ยง มือชา และโรคที่เกี่ยวข้อง 

        - โรคเบาหวาน

        - โรคข้ออักเสบ เช่น รูมาตอยด์ เก๊าต์


        - โรคต่อมไทรอยด์บกพร่อง


        - ภาวะตั้งครรภ์


        - ก้อนถุงน้ำหรือเนื้องอกในช่องอุโมงค์


        - กระดูกหักบริเวณข้อมือ


        - การใช้งานมือนานๆ


        - ภาวะบวมน้ำจากโรคไต โรคตับ

การรักษาโรค มือชา

          -  ให้หลีกเลี่ยงการใช้งานมือในลักษณะเกร็งนานๆ
          -   ควบคุมหรือรักษาโรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวานให้ดี
          -   การใช้ยาลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ชนิดรับประทานมักจะได้ผลดี โดยอยู่ในดุลพินิจของแพทย์
          -   บางรายอาจต้องใช้อุปกรณ์ช่วยดามข้อมือชั่วคราว
          -   การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าในช่องอุโมงค์จะช่วยอักเสบและบางรายจะหายได้

การผ่าตัด 

        เป็น การรักษาในรายที่มีอาการมากหรือกล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรงหรือลีบลง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาและการรักษาด้วยการผ่าตัดทำให้โรคหายขาดได้

        การ ผ่าตัดจะเป็นการตัดและเลาะพังผืดที่รัดเส้นประสาท ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็กและผู้ป่วยสามารถใช้งานได้ภายใน 2 สัปดาห์ และจะใช้งานได้ตามปกติ ภายใน 4 - 6 สัปดาห์


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก


 

 
Back